การจัดส่งสินค้าแบบมืออาชีพ

0

เราขอแนะนำ 5 เคล็ดลับที่จะทำให้คุณได้แสดงความเป็นมืออาชีพในการให้บริการลูกค้ามากขึ้น ดังนี้

1. การกำหนดค่าขนส่งในระบบ

Weloveshopping มีระบบค่าขนส่งให้เลือกใช้งานทั้งหมด 4 แบบ ร้านค้าสามารถเลือกแบบที่เหมาะสมกับสินค้าได้เอง ดังนี้

1.1 ระบบคำนวณค่าขนส่งของ Thailand Post

หากร้านค้าเลือกใช้ค่าขนส่งแบบแรกนี้ ร้านค้าจะต้องกำหนดน้ำหนักของสินค้า ในรายละเอียดสินค้าด้วย เพราะเมื่อลูกค้ากดสั่งซื้อสินค้า ระบบจะคำนวณค่าจัดส่งจากน้ำหนักของสินค้า ตามอัตราค่าส่งพัสดุลงทะเบียนของไปรษณีย์ไทย

1.2 ระบบคำนวณค่าขนส่งของ EMS

การคำนวณค่าขนส่งของ EMS นี้ ร้านค้าต้องกำหนดน้ำหนักของสินค้าเหมือนกับแบบแรก เนื่องจากระบบจะคำนวณค่าส่ง EMS ตามน้ำหนักของสินค้า ในอัตราค่าขนส่งของ EMS โดยไปรษณีย์ไทยเช่นเดียวกัน

1.3 ระบบคำนวณค่าขนส่งต่อครั้ง

ระบบนี้จะคำนวณค่าขนส่งแบบเหมารวมต่อ 1 ใบสั่งซื้อ ร้านค้าอาจกำหนดวิธีการจัดส่งและอัตราค่าส่งได้หลายวิธี เช่น ส่งทาง EMS (2 วัน) 70 บาทต่อใบสั่งซื้อ หรือส่งโดย Messenger ภายในเขตกรุงเทพ (ภายใน 1 ชั่วโมง) ราคา 200 บาทต่อใบสั่งซื้อ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลูกค้าว่าจะเลือกวิธีจัดส่งแบบไหนที่เหมาะกับตน

1.4 ระบบคำนวณค่าขนส่งแบบแปรผันตามสินค้า

ปกติเมื่อร้านค้าสามารถกำหนดค่าขนส่งต่อชิ้นในหน้ารายละเอียดสินค้าของสินค้าแต่ละชิ้นแล้ว และเข้ามากดเลือก > ‘ระบบคำนวณค่าขนส่งแบบแปรผันตามสินค้า’ ระบบจะใช้ข้อมูลค่าขนส่งตามที่ร้านค้ากรอกในรายละเอียดสินค้าทันที

แต่หากร้านค้าต้องการแก้ไขค่าขนส่งต่อชิ้น ก็สามารถทำได้ผ่านเมนูนี้ โดยเลือก ‘หมวดหมู่สินค้า’> เลือก ‘หมวดหมู่ย่อย’ > เลือกชื่อสินค้า > แก้ไขค่าขนส่งต่อชิ้น > กดปุ่ม ‘บันทึกแก้ไขทั้งหมด’

เมื่อร้านค้าบันทึกการแก้ไขแล้ว ข้อมูลค่าขนส่งต่อชิ้นในหน้ารายละเอียดสินค้าก็จะเปลี่ยนไปตามที่ได้ทำการแก้ไขด้วย

2. การตั้งค่าโปรโมชั่นค่าขนส่ง

การจัดโปรโมชั่นค่าขนส่งก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมการขายได้ โดยร้านค้าสามารถกำหนดโปรโมชั่นค่าขนส่งได้ง่ายๆ ผ่านระบบ Back-end ของ Weloveshopping โดย

2.1 เลือก ‘ระบบคำนวณค่าขนส่งต่อครั้ง’> กำหนดราคาค่าขนส่งในข้อ 1

2.2 กำหนดโปรโมชั่นค่าขนส่งในข้อ 2 หรือ 3 ตามต้องการ เช่น เลือกข้อ 2 สั่งสินค้าตั้งแต่จำนวน 3 ชิ้น ส่งฟรี หรือ เลือกข้อ 3 สั่งสินค้าตั้งแต่ราคา 2,000 บาท ส่งฟรี

2.3 กดปุ่ม ‘บันทึกระบบค่าขนส่ง’

3. แจ้งสถานะหลังได้รับรายการสั่งซื้อ

-เมื่อได้รับรายการสั่งซื้อและยอดเงินค่าสินค้าแล้ว ควรแจ้งกลับไปยังลูกค้าว่า ร้านค้าได้รับใบสั่งซื้อของสินค้าอะไร จำนวนเท่าไหร่ และได้รับเงินค่าสินค้าทั้งหมดแล้ว โดยอาจแจ้งเพิ่มเติมว่าสินค้าที่ลูกค้าสั่งนั้นอยู่ใน Stock หรือไม่ รวมทั้งแจ้งกำหนดการส่งสินค้าออกจากร้านโดยประมาณ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงความใส่ใจในบริการ และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าอีกทางหนึ่ง

4. การบรรจุสินค้าให้พร้อมส่ง

เมื่อสินค้าพร้อมส่งแล้ว ในการบรรจุกล่อง ร้านค้าควรแนบใบสั่งซื้อ และใบเสร็จรับเงิน เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการสั่งสินค้า ส่งสินค้า และการชำระเงิน

จากนั้นเขียนชื่อที่อยู่ผู้รับ และ ผู้ส่งให้ชัดเจนด้วยปากกาลูกลื่น หรือหากพิมพ์ ก็ควรพิมพ์ด้วยหมึกที่ไม่ละลายน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวหนังสือถูกลบได้

ร้านค้าอาจแนบการ์ด หรือ กระดาษโน้ตเล็กๆ แสดงความขอบคุณแก่ลูกค้า เพื่อเป็นการสร้างความประทับใจ และช่วยให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำอีก

5. แจ้งสถานะการจัดส่ง

เมื่อนำสินค้าไปส่งยังผู้ให้บริการส่งสินค้า ร้านค้าควรเก็บใบเสร็จที่ระบุ Tracking Number ไว้เพื่อใช้ตรวจสอบว่าการขนส่งนั้นสำเร็จหรือไม่ จากนั้น ควรแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงวันที่ส่งสินค้า ชื่อผู้ให้บริการขนส่งสินค้า และ Tracking Number ของแต่ละใบสั่งซื้อ เพื่อให้ลูกค้าคอยรับสินค้าตามวันที่ประมาณการไว้และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าจะได้สินค้าจริง

รายชื่อผู้ให้บริการขนส่งภายในประเทศไทยและต่างประเทศ

(Visited 404 times, 1 visits today)
Share.

Comments are closed.