ปรับแต่งภาพสินค้าดูดีได้ง่ายๆ ด้วยสมาร์ทโฟน

0

หลายปัจจัยที่จะช่วยให้คุณแข่งขันในตลาดการขายสินค้าออนไลน์ได้ หนึ่งในสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยก็คือ การนำเสนอสินค้าในรูปแบบที่น่าเชื่อถือ สามารถแสดงคุณสมบัติ ความโดดเด่น ความเป็นเอกลักษณ์และความแตกต่างได้ดี
ก็จะทำให้คุณแข่งขันอยู่ในตลาดได้อย่างไม่ยาก การนำเสนอรูปภาพสินค้าที่ดี ไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมากมายเสมอไป คุณสามารถใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่ เช่น โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนมาช่วยได้ ซึ่งใช้ง่ายและได้ผลดีทีเดียว

        

1. เริ่มต้นถ่ายรูปสินค้า 

1.1. จัดองค์ประกอบรูปภาพ เมื่อเล็งกล้องไปที่สินค้าแล้ว ผู้ถ่ายควรมองภาพรวมทั้งหมดของเฟรมหรือสิ่งที่เห็นในหน้าจอทั้งหมดด้วย เพื่อจัดให้สินค้าอยู่ในสัดส่วนที่พอดี เช่น อัตราส่วน 70 :30 คือการเน้นพื้นที่สินค้าเป็น 70% ของพื้นที่ทั้งหมดในภาพ ส่วนที่เหลือ 30% เป็นฉากหรือพื้นหลัง สำหรับระยะในการถ่ายภาพนั้น การถ่ายระยะใกล้เกินไปจะทำให้ยากต่อการตัดภาพหรือตกแต่งให้เหมาะสมในภายหลังได้ ส่วนการถ่ายระยะไกลเกินไป จะทำให้ภาพขาดความคมชัด การขยายเพื่อดูรายละเอียดสินค้าอาจทำได้ยาก

1.2. พื้นหลัง เสริมความเด่น นอกจากการทำพื้นหลังให้เป็นสีขาวด้วยการใช้ Light Box แล้ว คุณสามารถใช้พื้นหลังที่เป็นสีอื่นได้ เพียงแต่ต้องระวังอย่าให้สีใกล้เคียงกับสีของสินค้ามากนัก ไม่เช่นนั้นสีจะกลืนกันจนทำให้ไม่เห็นความเด่นของสินค้าได้

1.3. ภาพแสดงขนาดสินค้า ควรแสดงขนาดของสินค้าหรือขนาดเปรียบเทียบสำหรับสินค้าบางประเภท เช่น เครื่องประดับ กระเป๋า และอื่นๆ เพื่อให้ผู้ซื้อใช้ในการพิจารณาประกอบการตัดสินใจซื้อได้

1.4. Focus จุดที่ต้องการเน้น โดยทั่วไปโทรศัพท์สมาร์ทโฟน มักมีฟังก์ชั่นเน้นจุดในภาพถ่ายหรือการโฟกัส ยกตัวอย่าง เครื่องโทรศัพท์ไอโฟน คุณสามารถเข้า Application ชื่อ ‘Camera’ และเมื่อเปิดใช้งานหันจอไปตรงสินค้าที่ต้องการถ่าย จากนั้นใช้นิ้วสัมผัสหน้าจอโทรศัพท์ตรงจุดที่ต้องการเน้นให้ชัดเจนแล้วกดถ่ายภาพ เท่านี้คุณก็จะได้ภาพที่สวยงาม มีจุดเน้นของสินค้าที่โดดเด่นแล้ว

1.5. มุมมองใหม่ สร้างความแตกต่าง การถ่ายรูปสินค้าโดยทั่วไปควรถ่ายจากหลายมุมมอง เช่น ด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง เพื่อให้ผู้ซื้อมองเห็นรายละเอียดของสินค้าได้ชัดเจน แต่ถ้าคุณสามารถเพิ่มมุมมองของสินค้าที่มีความแปลกแตกต่างจากปกติทั่วไป เช่น เสื้อผ้า แทนที่จะเป็นการถ่ายจากไม้แขวน อาจเพิ่มภาพถ่ายจากหุ่น จากนางแบบให้เห็นว่าเวลาสวมใส่จริงจะมีลักษณะเช่นไร หรือเพิ่มการถ่ายเนื้อผ้า กระดุม ซิปในระยะใกล้ อาจช่วยดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อได้ดี ซึ่งมีผลดีต่อการตัดสินใจซื้อได้

2. ขั้นตอนการแต่งภาพ 

2.1. ความสว่าง

สำหรับผู้ที่ถ่ายภาพเองและไม่ได้มีสตูดิโอหรือการจัดฉากและแสงไฟที่เหมาะสม ภาพที่ถ่ายได้อาจมืดกว่าที่สายตาเรามองเห็น และแสดงสีที่ต่างจากสินค้าจริง การใช้เทคนิคปรับความสว่างของภาพจึงสามารถช่วยได้มาก ทั้งนี้การปรับแสงควรปรับในระดับที่เหมาะสม ไม่ควรปรับให้สว่างเกินไปเพราะจะทำให้สินค้าไม่โดดเด่น และสีจริงของสินค้าอาจผิดเพี้ยนได้

2.2. ความคมชัด

นอกจากการใช้ฟังก์ชั่น Focus เพื่อให้ภาพคมชัดแล้ว การใช้เทคนิคเพิ่มความคมชัด (Sharpen) ก็สามารถช่วยได้ในขั้นตอนการตกแต่งภาพ ซึ่งช่วยให้รายละเอียดของสินค้า ขอบของสินค้าคมชัดมากขึ้น ทั้งนี้ ควรปรับระดับความคมชัดให้เหมาะสม หากมากเกินไป อาจทำให้พื้นผิวของสินค้าบางส่วนชัดเกินจริงและอาจมองเห็นเป็นรอยขรุขระ หยาบ และดูไม่สวยได้ เพราะฉะนั้นควรใช้อย่างระมัดระวัง และดูองค์ประกอบโดยรวมของภาพด้วย

2.3. การตัดภาพ (Crop)

การตัดภาพช่วยปรับสัดส่วนของภาพสินค้าได้ และยังช่วยให้คุณสามารถจัดองค์ประกอบภาพให้เหมาะสมกับมาตรฐานการลงรูปภาพในร้านค้าออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย เช่น ตัดภาพเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส เหมาะกับการแสดงผลที่หน้าเว็บไซต์ และยังใช้ได้กับการโพสต์ใน Social network อื่นๆ ของร้านค้าได้อีกด้วย

2.4. การใส่ฟิลเตอร์ (Filter)

การใส่ฟิลเตอร์เป็นการช่วยเพิ่มความรู้สึกอยากเป็นเจ้าของสินค้าเมื่อมองภาพได้ แต่การใส่ฟิลเตอร์นั้นก็มีข้อควรระวัง เพราะอาจสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณลักษณะของสินค้าได้ เช่น สี รายละเอียดพื้นผิว และอื่นๆ เพราะฉะนั้นควรใช้เท่าที่จำเป็น และไม่ควรใช้กับทุกภาพของสินค้านั้นๆ

3. แนะนำแอพพลิเคชั่นแต่งภาพ 

1. Snap Speed เป็นแอพพลิเคชั่นตกแต่งภาพที่มีการใช้งานง่าย มีเทคนิคการแต่งภาพที่หลากหลาย เช่น การปรับแสง ฟิลเตอร์ และเทคนิคอื่นๆ อีกมากมาย ที่ช่วยให้คุณแต่งภาพสินค้าให้ดูโดดเด่นได้

2. Photoshop Express เป็นแอพพลิเคชั่นแต่งภาพของ Adobe ที่ใช้ได้กับเครื่องโทรศัพท์ทั้ง iPhone และ Android ช่วยให้คุณสามารถแต่งภาพด้วยเครื่องมือพื้นฐานได้อย่างรวดเร็ว โดยที่คุณไม่ต้องมีความรู้ด้านการใช้งานโปรแกรม Photoshop มาก่อน

(Visited 923 times, 1 visits today)
Share.

Comments are closed.