Digital marketing สำหรับร้านค้าออนไลน์ ตอนที่ 2: กลยุทธ์เทคนิค และเครื่องมือในการตลาดออนไลน์ สำหรับธุรกิจ

0

จากตอนที่ 1 หากใครได้เปิดร้านค้าหรือปรับปรุงร้านค้ากันไปแล้ว เราลองมาโปรโมทร้านค้าของเราในช่องทางอื่นๆด้วยโดยช่องทางในการโปรโมทร้านมีอยู่หลายหลากวิธีและเครื่องมือซึ่งแน่นอนว่าเราผู้เป็นเจ้าของธุรกิจย่อยมีงบการตลาดหรือการโปรโมทร้านอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งเราจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากอ้างอิงตามทฤษฎีแล้วก็คือ การลงทุนต้องมี ROI (Return on investment) ที่ดี ตัวอย่างเช่น ลงโฆษณาใน Youtube 100 บาทต้องได้กำไรจากยอดขายกลับมาเกิน 100 บาทถึงจะคุ้มค่า ถ้าได้น้อยกว่าที่ลงทุนโปรโมทไป ก็ไม่ควรทำเพราะถือว่าเครื่องมือ หรือช่องทางนั้นๆไม่มีประสิทธิภาพหรือกลยุทธ์ของเรายังไม่ตรงกับเป้าหมาย
  

วิธีการคำนวณ ROI

 

เมื่อเข้าใจถึง ROI แล้ว ต่อมาเราต้องทราบก่อนว่าเครื่องมือที่มีในโลกออนไลน์ที่จะช่วยโปรโมทร้านมีอะไรบ้าง ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องมือให้เลือกใช้นับร้อยชนิด สำหรับเครื่องมือที่เป็นที่นิยมสำหรับร้านค้า เช่น Facebook , Instagram , Youtube , Blog เป็นต้น เนื่องจากมีผู้ใช้งานอยู่มากเปิดใช้งานฟรี ลงทุนเบื้องต้นน้อย แต่ระยะยาวถ้าทำไม่ถูกวิธี ไม่มีการวิเคราะห์ผลหรือสนใจเพียงยอด Like ยอด Follow เท่านั้นก็จะค่อยๆสูญเสียเงินโดยไม่จำเป็น

โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เริ่มเปิดร้านค้าออนไลน์จะทำควบคู่ไปกับการเปิดร้านใน Social Media ด้วย เมื่อมาดูจำนวนคนไทยที่ใช้สื่อ Social Media ปัจจุบัน Facebook ถือเป็นอันดับ 1 , Line เป็นอันดับ 2 , Instagram เป็นอันดับ 3 และ Twitter สำหรับตอนนี้ เราจะเริ่มจาก Facebook เครื่องมือยอดฮิตกันก่อน

 

หลายๆท่านที่เป็นเจ้าของร้านค้า ส่วนใหญ่จะมี Facebook ส่วนตัวอยู่แล้ว แต่เมื่อเปิด Facebook สำหรับร้านค้าเราจำเป็นต้องสร้าง Facebook for Business ขึ้น โดยการ Create page และเลือกประเภทของธุรกิจ โดยมากร้านค้าใน Weloveshopping ควรเลือกเป็น Brand และเมื่อใส่ข้อมูลร้านค้าก็ควรใส่ website เพื่อให้ลูกค้า Link กลับมาที่หน้าร้านได้ เนื่องจากโพสบน Facebook จะไหลลงมาเรื่อยๆและสินค้าที่ลูกค้ามองหาอาจจะไม่ได้อยู่ต้นๆ

 

ขนาด Logo และ Banner (cover page)

 

โดยการโพสเพื่อให้ได้รับความสนใจนั้น ประกอบกันด้วยหลายเนื้อหา ไม่ควรโพสขายสินค้าอย่างเดียว เพื่อให้แฟนเพจ engage กับเพจนั้นๆ

สำหรับการโปรโมทเพจและการ boost โพสนั้น ถือเป็นสิ่งที่ร้านค้านิยมทำ เมื่อสร้างเพจเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ได้มาซึ่งจำนวน Likeแต่หลายท่านลืมคำนึงถึงกลุ่มลูกค้าของตนเอง ว่าเป็นใคร ดังนั้นก่อนการโปรโมทเพจและboost โพสทุกครั้งเราจึงควรกำหนดกลุ่มเป้าหมาย หรือ Target group ก่อน โดย สามารถสร้างกลุ่มผู้สนใจได้ตาม ลักษณะ (Demographic) และตามความสนใจหรือ Interest เช่น ชอบจักรยาน

 

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากในการปิดการขายคือ Admin เพราะ Admin เป็นด่านแรกที่ได้พูดคุยกับลูกค้า Admin ที่ดีจะช่วงให้การตัดสินใจซื้อของลูกค้าเร็วขึ้น เช่น ตอบคำถามเร็วและตรงจุด มีอัธยาศัยดี พร้อมบริการ หลายๆร้านค้าที่ประสบความสำเร็จแม้จะขายสินค้าคล้ายกับร้านอื่นๆ แต่ก็ยังมีลูกค้าใหม่เข้ามาเรื่อยๆ เพราะลูกค้าเก่าเกิดการบอกต่อ เพราะรู้สึกพอใจในการบริการและการได้รับข้อมูลที่ต้องการ สำหรับตอนต่อไปเราจะลองมาดูเครื่องมือการตลาดอื่นๆที่สามารถช่วยเพิ่มยอดขายได้อีกช่องทาง

อ่าน ตอนที่ 1: เริ่มต้นทำร้านให้โดดเด่น ดึงดูด เพิ่มโอกาสในการค้นหาแล้วเจอ

อ่าน ตอนที่ 3 : รายละเอียดสินค้าช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นและช่วย SEO ได้อีกด้วย

ผู้เขียน : กมลชนก สังขมณี

(Visited 259 times, 1 visits today)
Share.

Comments are closed.