G1: ขายอะไรดี!

0

ขายอะไรด??

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปประกอบกับเทคโนโลยี่ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วสามารถช่วยเปลี่ยนชีวิตใครหลายๆคนให้ดีขึ้น ทำความฝันของหลายๆคนให้เป็นจริงได้ หนึ่งในอาชีพที่ได้รับอิทธิพล และประโยชน์จากเทคโนโลยียุคปัจจุบันมากที่สุดอาชีพหนึ่งก็คือ การขายของออนไลน์

เนื่องจากทุกคนสามารถขายของออนไลน์ผ่านช่องทางมากมายที่มีอยู่บนโลกอินเตอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย สะดวกรวดเร็ว ต้นทุนในการลงทุนต่ำ ทำงานได้ทุกที่ ด้วยเหตุนี้จึงมีอีกหลายๆคนเช่นกันที่ผันอยากจะมีกิจการเป็นของตัวเอง หรือเปิดร้านค้าออนไลน์บ้าง หลายๆคนสามารถเริ่มต้นจากสิ่งที่มีอยู่ได้ทันที ในขณะก็มีอีกหลายๆคนที่เริ่มต้นไม่ได้เสียที เพราะติดอยุ่กับความคิดที่ว่าขายอะไรดี

ขายอะไรดีนั้นเป็นคำถามสุดคลาสสิคที่มักจะเกิดกับผู้ที่อยากเปิดร้านค้าออนไลน์ หรือมีกิจการเป็นของตนเอง ดูเผินๆเหมือนเป็นคำถามที่เหมือนจะหาคำตอบได้ไม่ยาก แต่เชื่อหรือไม่ว่าหลายๆคนก็ไม่สามารถหาคำตอบให้กับคำถามที่แสนจะคลาสสิคนี้ได้เสียที แล้วสุดท้ายความคิดจะเปิดร้านก็อันตรธานหายไปเสียดื้อๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ความตั้งใจ ความมุ่งมั่นในตอนแรกได้ถูกทิ้งไป ดังนั้นทีมงานจึงอยากจะแบ่งปันแนวคิด เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ที่คิดจะยอมแพ้ กำลังจะยอมแพ้ หรือยอมแพ้ไปแล้ว ให้กลับมายืนหยัดบนถนนออนไลน์เส้นนี้ได้อีกครั้ง ไปดูแนวคิดที่ว่านี้กันดีกว่า…

1. สายคลั่งไคล้ : ขายของที่เราชอบ คลั่งไคล้ หรือว่ามีความถนัดเป็นพิเศษ (Passion)

หลายคนเริ่มต้นจากสิ่งที่ชอบหรือที่ตนถนัดเป็นพิเศษ เพราะคนเหล่านั้นจะรู้รอบ รู้จริง รู้แหล่งที่มา รู้ว่าแท้หรือเทียม และสิ่งที่คุณคลั่งไคล้มันจะไม่ทำให้คุณเบื่อหรือทิ้งขว้างมันไปง่ายๆ พ่อค้าแม่ค้าที่ขายสินค้าลักษณะนี้มักจะเป็นร้านที่อยู่ได้แบบยาวๆ และได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้า ลูกค้าติดหนึบแน่นทนนานเป็นพิเศษ เพราะเมื่อคุณคือตัวจริง รู้จริง ไม่ว่าคุณจะแนะำนำหรือพูดอะไรเกี่ยวกับตัวสินค้านั้นๆลูกค้าแทบไม่ต้องดูรายละเอียดก็แทบจะเชื่อคุณหมดใจแล้ว โดยมากร้านเหล่านี้จะเป็นร้านขายของเฉพาะกลุ่ม หรือที่เรียกว่า Niche Market ตัวอย่างเช่น ร้านเช่าพระ สะสมเหรียญกษาปณ์ เสื้อผ้าบางประเภท/ดีไซน์ รองเท้าเฉพาะรุ่น ของเล่นจิ๋ว ร้านขายเกมส์ ฯลฯ

2. สายใกล้มือ : ขายของที่เรารู้แหล่ง หรือมีเครือข่ายแหล่งผลิตใกล้ตัว/ต้นน้ำ (Connections)

ข้อได้เปรียบของการสินค้าภายใต้แนวคิดนี้คือ คุณได้ต้นทุนถูกกว่าคนอื่นจึงทำให้คุณสามารถแข่งขันในตลาดได้ดี ซึ่งกำไรก็จะมาจากจำนวนที่ขายได้ (Volume) เน้นขายจำนวนมากๆ ซึ่งหลายๆคนอาจมีความสนิทสนมกับแหล่งผลิต หรือต้นน้ำเหล่านั้นจึงถึงขั้นได้รับเครดิตให้ติดเงินได้ด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถให้คุณเติบโตได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ก็มีข้อควรระมัดระวังเช่นกันคือการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงอาจทำให้ราคาตลาดไม่มีมาตรฐาน ซึ่งอาจไปถึงขั้นขายแล้วไม่มีกำไร สุดท้ายก็ต้องหนีไปขายอย่างอื่นแทน

3. สายอินเทรนด์ : ขายของที่อยู่ในกระแส (Trendy)

สายนี้เน้นเข้าทำเร็ว จุดเด่นคือโอกาสในการขายได้ค่อนข้างสูง เพราะอิงกับความต้องการและกระแสของตลาด ณ เวลานั้น ใครๆก็อยากได้อยากมีสินค้าที่อยู่ในกระแส ถ้าได้ครอบครองจะดูโก้เก๋ ไม่ตกเทรนด์ คุยกับคนอื่นรู้เรื่อง ยิ่งถ้าสินค้าไหนอินเทรนด์มากๆ มีความต้องการอย่างรุนแรง แต่กลับหาซื้อยาก สินค้านั้นจะสามารถทำกำไรเป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว เพราะอุปสงค์มากกว่าอุปทาน ตามหลักเศรษฐศาสตร์เป๊ะๆเลย ซึ่งหากใครต้องการเดินทางสายนี้จะต้องฝึกฝนทักษะที่สำคัญให้เก่งนั่นคือ ต้องเป็นนักขุดค้นข้อมูลตัวยง ขยันหาข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ว่าเทรนด์อะไรที่น่าจะมา และกำลังจะมา ซึ่งต้องใช้การวิเคราะห์และคาดการณ์จากข้อมูลที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด ถ้าสามารถทำได้และรู้ก่อนก็มีโอกาสรวยก่อน ข้อเสียก็มีเช่นกันคือ สินค้าเหล่านี้มาไวไปไว กระแสอาจมาในเวลาเพียงไม่กี่เดือน หากรู้ช้า ทำช้า ก็มีโอกาสจมทุนได้เช่นกัน สินค้าลักษณะนี้หากนึกไม่ออก ลองนึกย้อนไปถึง ตุ๊กตาเฟอร์บี้ หรือเร็วๆนี้ก็เช่น สินค้าที่เกี่ยวข้องกับโปเกม่อนจากกระแสเกม Pokemon GO

4. สายผู้กอบกู้ : ขายของที่แก้ปัญหาให้กับผู้คน (Solutions)

ทุกคนมีล้วนปัญหาหรือปมด้อยส่วนตัว ปัญหาเกิดขึ้นได้ทุกวันกับทุกคน บางคนหาทางออกให้กับปัญหาเหล่านั้นได้ ขณะที่บางคนก็ยังแก้ไม่ได้ แต่หากสินค้าของคุณช่วยปลดล็อคปัญหาให้กลุ่มคนเหล่านั้นได้กลุ่มคนเหล่านั้นย่อมยินดีที่จะควักเงินให้กับสินค้าหรือบริการของคุณอย่างแน่นอน ตัวอย่างสินค้าในกลุ่มนี้ก็เช่น อาหารเสริมลดความอ้วน เพื่อแก้ปัญหาให้กับกลุ่มคนที่ไม่มั่นใจในรูปร่าง หรือมีปัญหาสุขภาพที่เกิดจากความอ้วน หรือบางคนมีปมด้อยเกี่ยวกับผิวคล้ำ หน้าไม่ใสไม่ไร้สิว ก็จะมีสินค้าประเภทครีมหน้าใส หน้าเด้ง หน้าขาว ขจัดสิว ออกมามากมายเพื่อให้ผู้ที่ประสบปัญหาเหล่านั้นได้ใช้เพื่อแ้กปัญหาของแต่ละคน หรือแม้แต่เครื่องใช้ไม้สอยเฉพาะทางบางชนิดที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานั้นๆ เช่น เครื่องยืดความสูง ข้อดีของสายนี้คือถ้าสินค้าคุณโดนและได้ผลจริงๆสินค้าคุณจะมีโอกาสขายได้สูงมาก ได้รับความเชื่อมั่น และบอกต่อๆกันไปจากลูกค้าเอง แต่ก็มีสิ่งที่ต้องพึงระวังเช่นกันตัวอย่างเช่น สรรพคุณของสินค้าที่เกินจริง มาตรฐานความปลอดภัย วิธีการใช้งานที่ถูกต้อง เป็นต้น

เป็นอย่างไรบ้างสำหรับตัวอย่างแนวคิดที่ทีมงานแนะนำไป หวังว่าคงจะช่วยสร้างไอเดียในการหาสินค้า และตอบโจทย์ “ขายอะไรดี” ให้กับหลายๆคนได้ เพื่อที่จะได้เริ่มต้นได้อย่างที่ตั้งใจไว้และก้าวเดินไปในโลกออนไลน์ได้อย่างมั่นคง อ่านบทความนี้จบแล้วลองนึกทบทวนดูดีๆว่าคุณน่ะ “สายไหน?”

 

(Visited 39 times, 1 visits today)
Share.

Comments are closed.