สร้างแบรนด์เล็กๆ ให้เป็นที่รู้จัก

0

สำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ การสร้างแบรนด์ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยสร้างการรับรู้และจดจำของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย แบรนด์ที่ดีต้องสามารถแสดงออกถึงเอกลักษณ์ของสินค้า บริการและภาพลักษณ์โดยรวมของธุรกิจได้ สามารถทำให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์ของเรา จดจำได้ เลือกใช้สินค้า ตลอดจนมีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ด้วยการกลับมาซื้อซ้ำ ดังนั้น เราขอแนะนำ 10 วิธีที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ ดังนี้

1. รู้จักตัวเอง

ทำความเข้าใจในสินค้าหรือบริการที่เราให้กับลูกค้าว่ามีลักษณะพิเศษหรือจุดเด่นที่แตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร กลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือใคร ลูกค้ามีความจำเป็น หรือความต้องการอะไรที่สินค้าของเราจะตอบสนองได้ ซึ่งถ้าเรารู้ข้อมูลเหล่านี้ ก็เท่ากับเราดึงจุดแข็งของธุรกิจออกมาได้ และจะเป็นประโยชน์ต่อการทำการตลาดได้เป็นอย่างดี

2. สร้างตัวตน

ลองจินตนาการถึงผู้ที่จะมาใช้สินค้าของเรา ว่าเป็นใคร เพศอะไร อายุเท่าไหร่ มีบุคลิก ลักษณะ ความคิด ความเชื่อ พฤติกรรม และความต้องการอย่างไรบ้าง การระบุรายละเอียดเหล่านี้ จะช่วยให้เราค้นพบลักษณะของคนที่จะมาเป็นลูกค้าของเรา ทำให้เราเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น และนำคุณลักษณะเหล่านั้นมาสร้างตัวตนของแบรนด์ได้

3. มีเอกลักษณ์

เอกลักษณ์ สามารถเป็นได้ทั้งลักษณะเฉพาะของสินค้า การออกแบบ การบริการ หรือเป็นคุณค่าอะไรบางอย่างที่ร้านค้าของคุณส่งมอบให้กับลูกค้า ซึ่งมีความโดดเด่น แตกต่างจากร้านอื่น ๆ ได้ พูดง่ายๆ ว่า ถ้าใครเห็นก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นผลงานของร้านเรา การสร้างเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครและไม่เกิดจากการลอกเลียนแบบนั้นจะดึงดูดความสนใจของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้เข้ามาซื้อสินค้าในร้าน

4. มีชื่อและโลโก้ที่ดี

ควรเลือกชื่อแบรนด์ที่มีความหมายเชิงบวก เพราะส่งผลดีต่อการรับรู้และจดจำ ส่วนจำนวนคำหรือพยางค์ก็ไม่ควรยาวจนเกินไป ทางด้านการออกแบบโลโก้ ควรเน้นการออกแบบตัวอักษร สี ขนาด และลายเส้นต่างๆ ในลักษณะที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ไม่ใหญ่ เล็ก หนา หรือบางจนเกินไป ที่สำคัญต้องดูความเหมาะสมของการแสดงผลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือด้วย

5. บริหารความคาดหวัง

เมื่อเราได้สื่อสารความเป็นแบรนด์ของเราไปยังลูกค้าแล้ว ลูกค้ามักคาดหวังที่จะได้รับสินค้าหรือบริการตามระดับคุณภาพที่ได้รับรู้ ดังนั้น ร้านค้าต้องยึดมั่นในหลักการหรือแนวคิดของธุรกิจอยู่เสมอ โดยทำการขายสินค้าและให้บริการด้วยมาตรฐานตามที่เราได้สัญญาเอาไว้แต่แรก นอกจากนี้ หากเราคอยฟังเสียงลูกค้าเพื่อนำมาพัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่องให้ทันต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงแล้ว ก็จะสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้

6. ส่งมอบคุณค่า

สินค้าและบริการแต่ละชนิดนั้นต่างก็มีประโยชน์ มีคุณค่าในตัวเอง แต่ในระหว่างการส่งมอบจากเราไปยังลูกค้า ควรมั่นใจว่าคุณค่านั้นจะไม่ถูกลดทอนลงจากการบริการของเรา คุณค่านั้นเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น หากมองที่ความเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ (Product leadership) เราอาจประเมินคุณค่าจากการมีสินค้าใหม่ๆ ผลิตออกมาอย่างต่อเนื่อง สินค้ามีคุณภาพ มีความคุ้มค่าในการใช้งาน หรือหากมองที่ความเป็นเลิศในการให้บริการ (Service excellence) อาจประเมินจากความรวดเร็วในการให้บริการ คุณภาพของการขนส่งสินค้า หรือแม้กระทั่งความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ เช่น แนบการ์ดขอบคุณไปตอนจัดส่ง ก็สามารถสร้างความรู้สึกประทับใจให้กับลูกค้า ซึ่งก็ถือเป็นคุณค่าที่เพิ่มขึ้นจากการซื้อสินค้าตามปกตินั่นเอง

7. สร้างความเชื่อมั่น

ในการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ผู้ซื้อไม่ได้จับต้องสินค้าก่อนทำการซื้อ จึงอาจทำให้ความมั่นใจในการซื้อสินค้าลดลงได้ แต่ร้านค้าก็สามารถเริ่มต้นสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้ด้วยการแสดงความจริงใจ เช่น การใส่รายละเอียดสินค้าที่เป็นจริง ไม่โฆษณาเกินจริง หากไม่สามารถส่งสินค้าได้ก็มีการบอกสาเหตุของปัญหาให้ลูกค้าทราบพร้อมเสนอวิธีแก้ปัญหา เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำได้ไม่ยาก เพียงแต่ต้องใส่ใจ ส่วนต่อมาที่สำคัญคือ ความปลอดภัย ร้านค้าควรเลือกใช้เว็บไซต์รวมถึงช่องทางการชำระเงินที่ปลอดภัย มีการรับประกันว่าได้รับสินค้าแน่นอน หากไม่ได้รับก็สามารถเรียกเงินคืนได้ เช่น บริการรับชำระเงิน WeTrust

8. สานสัมพันธ์ระยะยาว

ลูกค้าจะรับรู้และจดจำตัวตนของแบรนด์จากสิ่งที่เรานำเสนอออกมา ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของแบรนด์ทางกายภาพ เช่น โลโก้ โทนสี ตัวอักษร หน้าตาเว็บไซต์ การออกแบบ คุณภาพของสินค้า และความน่าเชื่อถือ รวมไปถึงคุณลักษณะที่จับต้องไม่ได้ เช่น แนวคิดของร้าน และคุณภาพของบริการ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ลูกค้าคาดหวัง โดยร้านค้าจะต้องรักษามาตรฐานสินค้าและการให้บริการตามที่ได้ตั้งไว้อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ลูกค้าไว้ใจและกลับมาเป็นลูกค้าของเราอย่างต่อเนื่อง

(Visited 345 times, 2 visits today)
Share.

Comments are closed.